|
สิ่งที่กำหนดว่าจะได้อยู่คุกไหนก็คือ
1. ท้องที่ที่ทำความผิด
ถูกส่งฟ้องที่ศาลไหน ก็ถูกจำคุกที่เรือนจำประจำศาลนั้น
กรมราชทัณฑ์เตรียมเรือนจำไว้รองรับกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ
2. สถานะของผู้ต้องขัง
ผู้ต้องขังที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี จะถูกคุมขังที่
เรือนจำพิเศษ ต่างๆ เช่น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
เรือนจำพิเศษธนบุรี
ซึ่งจะปฏิบัติต่อผู้ต้องขังแตกต่างไปจากผู้ต้องขังที่คดีเสร็จสิ้นแล้ว
(แต่ในหลายๆเรือนจำ
ผู้ต้องขังเหล่านี้ก็ยังคงถูกขังปะปนกับผู้ต้องขังที่ถูกตัดสินแล้ว เนื่องจาก
เรือนจำพิเศษมีไม่เพียงพอ)
ส่วนผู้ต้องขังที่มีโทษเหลือน้อย ก็อาจได้รับการพิจารณาส่งตัวไปยัง
ทัณฑสถานเปิด ต่างๆ เช่น
ทัณฑสถานเปิดบ้านนาวง ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง ทัณฑสถานเปิดหนองน้ำขุ่น
เป็นต้น
3. ความรุนแรงของคดี
- ถ้าจำคุกนาน
จะถูกส่งไปยังเรือนจำความมั่นคงสูง ซึ่งได้แก่
เรือนจำกลาง ต่างๆ เช่น เรือนจำกลางบางขวาง
เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางประจำเขต
- ถ้าโทษไม่สูง
ก็จะถูกขังที่ เรือนจำจังหวัด
หรือ เรือนจำอำเภอ
- ถ้าถูกกักขังแทนค่าปรับ จะถูกขังที่
สถานกักขัง เช่น
สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี สถานกักขังกลางจังหวัดตราด
4. ประเภทของความผิด
ผู้ทำผิดคดีเสพยาเสพย์ติด จะถูกคุมขังในเรือนจำที่ทำหน้าที่บำบัดการติดยา
ซึ่งได้แก่
ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ ต่างๆ
เช่น ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง
(เนื่องจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษมีไม่เพียงพอ
ผู้ต้องขังที่ติดยาเสพติดบางส่วนก็ยังคงถูกขังอยู่ในเรือนจำทั่วไป
มีวิธีการบำบัดการติดยาเสพย์ติดที่เรียกว่า "ชุมชนบำบัด"
5. ลักษณะของตัวผู้ต้องขังเอง เช่น
- อายุไม่เกิน 25 ปี จะอยู่ใน ทัณฑสถานวัยหนุ่ม
- ผู้ต้องขังหญิงถูกส่งเข้า ทัณฑสถานหญิง
- ผู้ต้องขังป่วย ถูกส่งเข้า ทัณฑสถานโรงพยาบาล
ฯลฯ
|