????????????

???????????

??????????

 

????

?????????????

108 ?????

 
           เมื่อปี 2528 ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ เริ่ม
มีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นครั้งแรก โดยใช้เก็บข้อมูล

เกี่ยวกับผู้ต้องขัง ต่อมาก็ใช้ในการเชื่อมต่อกับห้องสมุดของคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ
เพื่ออ่านหนังสือในห้องสมุดผ่านทางคู่สายโทรศัพท์ ซึ่งค่อนข้างทุลักทุเล เนื่องจาก

ทัณฑสถาน
โรงพยาบาลฯ

 

ห้องสมุด
คณะแพทย์ศาสตร์

  มีคู่สายโทรศัพท์ภายนอกอยู่เพียง 2 คู่สายเท่านั้น (ปัจจุบันนี้ คู่สายภายนอกที่มีอยู่ 40 คู่สายก็ยังไม่ค่อยจะพอใช้)
  เจ้าหน้าที่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯก็ฝันว่าอีกไม่นาน คงได้ใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลแทนการใช้กระดาษ
 แต่แผนพัฒนานวัตกรรมทางด้าน ไอ ที ก็ทำได้ยากมาก เพราะคอมพิวเตอร์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯเมื่อ
 20 ปีก่อนนั้น ไม่มี ฮาร์ดดิสก์ และทำงานช้าเหมือนเต่า            
      
 เครื่อง IBM PC ที่ใช้อยู่เมื่อ 20 ปีก่อน --->

ต่อมาในปี 2544 ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯได้รับงบประมาณ 410 ล้านบาท
ในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ นวัตกรรมต่างๆก็ได้ถูกนำมาใช้ในการควบคุม
และบำบัดรักษาผู้ต้องขัง เริ่มตั้งแต่ระบบกล้องทีวีวงจรปิดมูลค่า 
35 ล้านบาท
ที่ใช้ในการเฝ้าระวังผู้ต้องขัง 500 คนที่อยู่ในอาคาร 9 ชั้น  กล้องทีวีวงจรปิด
คุณภาพสูงที่ติดตั้งอยู่ในตัวอาคารเป็นกล้องระดับมืออาชีพที่ใช้กันอยู่ตามบ่อน
คาสิโนในลาสเวกัส (ซึ่งต้องการให้ผู้ควบคุมบ่อนคาสิโนสามารถซูมดูการโกงไพ่

กล้อง CCTV
ระดับ Hi End

ของลูกค้าได้) กล้องกว่าร้อยตัวที่ว่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมด้าน
Tele-medicine ได้เป็นอย่างดี โดยการเชื่อมต่อระบบกล้องทีวีวงจรปิดเข้ากับระบบ Internet ทำให้แพทย์สามารถควบคุมกล้องทุกตัวใน
ทัณฑสถานได้จากบ้านพัก (หรือจากที่ใดๆในโลกก็ได้ ที่มี
Internet ใช้)

สำนักงานไร้กระดาษ ??
สิ่งที่บุคลากรด้าน ไอ ที ทุกคนอยากเห็นก็คือการลดจำนวน
กระดาษที่ใช้ในสำนักงานให้เหลือน้อยที่สุด ระบบเวช-
ระเบียนอิเลคโทรนิค
(Electronic Medical Record)
ก็เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนอยากได้ เพื่อกำจัด
ปัญหาเอกสารจำนวนมหาศาลในโรงพยาบาลออกไปและ

ภาพเอกซ์เรย์ที่ไม่ใช้ฟิล์มสามารถ
ถูกส่งออกไปทาง
Internet ได้

ช่วยแก้ปัญหาเอกสารคั่งค้างหรือสูญหายอยู่ตามหน่วยงาน
ต่างๆของโรงพยาบาล

เอกซ์เรย์ระบบดิจิตอล
ของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ

     เริ่มต้นที่ระบบ เอกซ์เรย์ดิจิตอล ซึ่งจะทำให้แผนกเอกซ์เรย์ของ
ทัณฑสถานโรงพยาบาลฯกลายเป็นแผนกเอกซ์เรย์ที่ไม่ต้องพึ่งฟิล์ม
เอกซ์เรย์และน้ำยาล้างฟิล์มอีกต่อไป งบลงทุน 8 ล้านบาทสำหรับ

ระบบเอกซ์เรย์นี้ใช้เวลาไม่นานก็คุ้มทุน (ไม่เชื่อลองถามช่างภาพ
มืออาชีพที่ทิ้งกล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์มแล้วหันมาใช้กล้อง

แม้แต่เอกซ์เรย์ฟันของทัณฑสถาน
ก็ใช้ระบบดิจิตอลเช่นกัน

ดิจิตอลดูก็ได้ครับ) การเตรียมฮาร์ดแวร์และระบบเครือข่าย

       ระบบเครือข่ายของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ ค่อนข้างสลับซับซ้อนเพราะ
จำเป็นต้องสามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้โดยระบบไม่ล่ม  ข้อมูลที่
ถูกส่งผ่านไปในเครือข่ายมีทั้งข้อมูลเอกสารที่เป็น
Text file ทุกประเภท ข้อมูล
ที่เป็น
Graphic file ขนาดเล็ก (เอกสารที่ได้จากการสแกน) และขนาดใหญ่
(ภาพฟิล์มเอกซ์เรย์ดิจิตอล) ตลอดจน Video file ของ
ระบบทีวีวงจรปิด ดังนั้น ระบบ
LAN แบบ Gigabit จึงถูกเลือกนำมาใช้ ถึงแม้จะต้องลงทุนค่อนข้างสูง

เครื่องคอมพิวเตอร์ 140 เครื่องสามารถ
เชื่อมต่อเข้าไปในระบบ
Gigabit LAN
ของทัณฑสถานฯได้อย่างสบาย

   การจัดหาซอฟแวร์ Electronic Medical Record

ตู้ชุมสายระบบ LAN
ของทัณฑสถานฯ

  ธันวาคม 2548 เป็นวัน ดีเดย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เริ่มนำระบบ

เวชระเบียนอิเลคโทรนิคมาใช้ เป็นเฟสแรก ซึ่งถ้าดำเนินการเต็มรูปแบบ ก็จะช่วยประหยัดแรงงาน
ของเจ้าหน้าที่ลงได้มาก การไหลเวียนของข้อมูล

ผู้ต้องขังป่วยระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น ห้องตรวจผู้ป่วย ห้องทันต-
กรรม ห้องตรวจชันสูตร ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วย ฯลฯ ก็จะดำเนินไปอย่าง
 เป็นระบบ  โอกาสสูญหายของข้อมูลก็น้อยลง  ความจำเป็นในการประกาศทำลายเอกสารการรักษาผู้ป่วยก็หมดไปแพทย์ของทัณฑสถานฯ
(รวมทั้งแพทย์ที่ปรึกษา)ก็ทำงานสะดวก เพราะสามารสืบค้นข้อมูลของผู้ป่วยได้โดยผ่านทาง
Internet ได้อย่างง่ายดาย

การเตรียมบุคลากร

        เป็นงานที่ยากที่สุดในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศของทัณฑสถานโรงพยาบาลเพราะเจ้าหน้าที่
มีพื้นฐานความรู้ทางด้านนี้ไม่เท่ากัน และบางส่วนต้อง
ใช้เวลาในการปรับตัวให้ยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้
           ทัณฑสถานฯจำเป็นต้องวางแผนส่งบุคลากรไปรับการฝึกอบรมเพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้
นอกจากนี้ ยังต้องจัดการฝึกอบรมภายในสถานที่หลายสิบครั้ง มีการอบรมทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อยและเป็นรายบุคคล เจ้าหน้าที่กลุ่มงาน ไอที
ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเพื่อคอยให้บริการและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ

ผลที่ได้รับจากนวัตกรรม

1. ปัญหาเรื่องฟิล์มเอกซ์เรย์และเวชระเบียนซึ่งกองเป็นภูเขาอยู่ใน
ห้องต่างๆจะหมดไป การค้นหาและเรียกดูข้อมูลเอกซ์เรย์และข้อมูล
ผู้ป่วยจะง่ายดายแค่ใช้เม้าส์คลิก
2. ปัญหาเอกสารสูญหายและการรอใช้เอกสารจะไม่เกิดขึ้นเพราะ
เอกสารจะไม่ได้มีเพียงชุดเดียวอีกต่อไป เจ้าหน้าที่ไม่จำกัดจำนวน
ห้องเก็บฟิล์มเอกซ์เรย์ในทัณฑสถานฯ สามารถเรียกดูเอกสารเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกันได้
3. ระบบ "เครือข่ายรองเท้าแตะ" คืออาศัยผู้ต้องขังทำหน้าที่เดินเอกสาร เช่น นำเวชระเบียนจากห้องตรวจไปส่งห้องยา นำฟิล์ม
เอกซ์เรย์จากหอผู้ป่วยไปส่งที่ห้องผ่าตัด ฯลฯ จะไม่มีให้เห็นอีก
4. ภาระงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนจะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวบรวมสถิติ การจัดทำรายงาน การจัดเก็บเอกสาร ฯลฯ
5. ความสะดวกในการเข้าสืบค้นเอกสารทุกประเภทจากจุดใดๆในทัณฑสถานโดยผ่านระบบ
LAN และจากที่ใดๆในโลกโดยผ่านระบบ
Internet
                                                                                      ???????????...